มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

หนวดดำ

สนาม: ส่านซีเศรษฐกิจจีน

บทนำ: หากนายกรัฐมนตรีไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ ก็จะเดินทางขึ้นไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป นายไพโรจน์ ระบุ...

ฉิน Shihuang

สนาม: Fengxun

บทนำ: ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว

สมัคร เอ เย่ น 918kiss ฟรี1️⃣M98
so5 | <动态当天时间> | อ่าน(640) | แสดงความคิดเห็น(117)
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท จำกัด(มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการของ ปตท ปี 2560 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1559 ล้านล้านบาทมีกำไรจากการดำเนินงาน 74,552 ล้านและเมื่อรับรู้ผลกำไรของบริษัทในกลุ่มตามสัดส่วนการถือหุ้นอีกก 60,628 ล้านบาท ทำให้งบการเงินของปตท และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1996 ล้านล้านท (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 161) และมีกำไรสุทธิรวม 135,180 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 429) คิดเป็นกำไร 4674 บาทต่อหุ้น【อ่านข้อความเต็ม】
uhy | <动态当天时间> | อ่าน(380) | แสดงความคิดเห็น(923)
ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
eec | <动态当天时间> | อ่าน(80) | แสดงความคิดเห็น(856)
จะได้ป่าวประกาศว่า【อ่านข้อความเต็ม】
k8k | <动态当天时间> | อ่าน(910) | แสดงความคิดเห็น(648)
วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
med | <动态当天时间> | อ่าน(689) | แสดงความคิดเห็น(624)
ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
9lk | 2021-09-19 | อ่าน(738) | แสดงความคิดเห็น(148)
วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
ho9 | 2021-09-19 | อ่าน(895) | แสดงความคิดเห็น(945)
ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
lsr | 2021-09-19 | อ่าน(440) | แสดงความคิดเห็น(722)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
m9u | 2021-09-19 | อ่าน(3) | แสดงความคิดเห็น(880)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
lwo | 2021-09-18 | อ่าน(737) | แสดงความคิดเห็น(704)
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0 【อ่านข้อความเต็ม】
7ip | 2021-09-18 | อ่าน(607) | แสดงความคิดเห็น(31)
มูรินโญ่ มองว่า โครส น่าจะเป็นผู้เล่นที่จะมาช่วยทำให้ พอล ป็อกบา เล่นได้เต็มศักยภาพ โดยจะยืนเป็นมิดฟิลด์ 3 คนเมื่อรวมกับ เนมันย่า วิดิช【อ่านข้อความเต็ม】
ro7 | 2021-09-18 | อ่าน(482) | แสดงความคิดเห็น(529)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
wd7 | 2021-09-18 | อ่าน(817) | แสดงความคิดเห็น(626)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
oog | 2021-09-17 | อ่าน(164) | แสดงความคิดเห็น(356)
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0 【อ่านข้อความเต็ม】
a8a | 2021-09-17 | อ่าน(875) | แสดงความคิดเห็น(951)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-20

win365 ฟรี 1501️⃣M98| สล็อต imi689 1️⃣2021| 55 สล็อต1️⃣M98| สล็อต บัญชี วอ เลต 1️⃣2021| เว็บ เล่น เกม แล้ว ได้ เงิน1️⃣LOOK618| ฝาก 100 ฟรี 100 joker1️⃣M98| pg pg slot1️⃣M98| แจก แจก แจก ยิง ปลา1️⃣LOOK618| pgslot88th 1️⃣2021| เว็บ บา คา ร่า ถอน ขั้น ต่ํา 1001️⃣M98| mafia515 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี 50 บาท ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| มาเฟีย 771️⃣M98| 550ww แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| kb8 คา สิ โน1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น ตก ปลา1️⃣LOOK618| ฝาก 25 รับ 100 pg 1️⃣2021| เว็บ เล่น บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣M98| gg168 slot1️⃣LOOK618| สล็อต ทดลอง เล่น 2020 1️⃣2021| joker vip 999 1️⃣2021| สล็อต slotxo1️⃣LOOK618| 918kisskiss918 vip1️⃣LOOK618| เค ดิ ต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 20211️⃣LOOK618| ฝาก 9 ได้ 1001️⃣LOOK618| w88 ฟรี เดิมพัน 1️⃣2021| joker ace8881️⃣LOOK618| thai 999 slot1️⃣LOOK618| สล็อต joker18881️⃣M98| bababa551️⃣LOOK618| slot แจก เครดิต ฟรี 501️⃣LOOK618| โร มา สล็อต 1️⃣2021| เล่น เกม ได้ เงิน จริง ไหม 1️⃣2021| slot888 online 1️⃣2021| bmk999 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| sagame1688 ฝาก ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| โบนัส 100 สำหรับ สมาชิก ใหม่ ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| บัตร เครดิต ฟรี ค่าธรรมเนียม ตลอด ชีพ 2019 pantip1️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ xo1️⃣LOOK618| แอ พ slot 1️⃣2021| 918kiss แจก ฟรี เครดิต 1️⃣2021| sa gaming 168 login1️⃣LOOK618| 19 รับ 100 1️⃣2021| slotxo roma 1️⃣2021| ฝาก 100 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น xo1️⃣M98| คา สิ โน ขั้น ต่ำ 5 บาท1️⃣M98| jdb slot ฟรี เครดิต 2019Keyword 1️⃣2021| โหลด 918kiss ios1️⃣LOOK618| ทุน ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| jackpot pg slot 1️⃣2021| ดาวน์โหลด slotxo 20211️⃣LOOK618| ฝาก 15 รับ 100 ล่าสุด pg 1️⃣2021| จี คลับ 1988เกมส์ สล็อต ได้ เงิน จริง pantip1️⃣LOOK618| สมัคร ใหม่ รับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| ทาง เข้า slot 918kiss 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก 2563 1️⃣2021| jokerslot666 1️⃣2021| บา คา ร่า มือใหม่1️⃣LOOK618| sa8 บา คา ร่า1️⃣M98| mafia500 เข้า สู่ ระบบ1️⃣M98| 18 รับ 100 1️⃣2021| mm88 บา คา ร่า 1️⃣2021| เครดิต ฟรี วัน เกิด ไม่มี เงื่อนไข 1️⃣2021| หมุน สล็อต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| slot ท รู วอ เลท1️⃣M98| ufa solarbet1️⃣M98| pg slot jackpot 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ ยิง ปลา1️⃣LOOK618| ufago77 1️⃣2021| เกมส์ live221️⃣LOOK618| เว็บ แจก เครดิต ฟรี ล่าสุด 20201️⃣M98| ufa6666 com default8 aspx lang en gb1️⃣LOOK618| slot pg 50 1️⃣2021| คา สิ โน แจก ฟรี เครดิต 1️⃣2021| เว็บ บา คา ร่า โบนัส 1001️⃣M98| เครดิต sahacker ฟรี1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ไม่ ต้อง ทํา เท ริน 1️⃣2021| sa gaming 168s 1️⃣2021| สมัคร สล็อต w881️⃣M98| สล็อต บัญชี วอ เลต 1️⃣2021| เกม สล็อต แตก บ่อย1️⃣M98| ทาง เข้า เกม super slot1️⃣LOOK618| เกม จี คลับ1️⃣LOOK618| xo roma1️⃣LOOK618| สล็อต เติม true wallet ไม่มี ขั้น ต่ํา 20201️⃣M98| ฝาก 10 รับ 100 xo 1️⃣2021| slotxo 5671️⃣M98| ฝาก 20 รับ 100 ใหม่ ล่าสุด 1️⃣2021| สมัคร gclub 100 1️⃣2021| แอ พ gclub 1️⃣2021| 123 joker game1️⃣M98| 29 รับ 100 pg 1️⃣2021| ค่าย สล็อต ทั้งหมด 1️⃣2021| vip 168 sa1️⃣M98|